สำหรับผู้รักการท่องเที่ยว รักการเดินทาง ผมว่ากว่าครึ่งต้องมี ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเป้าหมาย ที่ต้องไปอย่างน้อยสักครั้งในชีวิตแน่ๆ ผมเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น จากการดูรูป การอ่านหนังสือท่องเที่ยว แต่ละรูปจากญี่ปุ่นสวยงามจับใจ ทั้งธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และผู้คนที่สุภาพใจดี แถมแต่ละหน้า แต่ละท้องถิ่น ก็ล้วนแต่งามคนละแบบแตกต่างกัน
แต่นอกจากเหตุผลเหล่านั้นแล้ว ผมมีเหตุผลส่วนตัวกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกหน่อย แต่อาจจะแปลกประหลาดไปบ้าง เพราะแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากไปญี่ปุ่น เกิดจาก "หนังสือฆาตกรรม"
ขอเท้าความสักเล็กน้อย ช่วงหลายปีมานี้ ผมเรียกว่าบ้าอ่านหนังสือแปลจากญี่ปุ่น โดยเน้นหนักพวกบรรดาหนังสือลึกลับ ฆาตรกรรมซ่อนเงื่อน ยิ่งช่วงก่อนหน้าที่ค่าย bliss จะปิดตัวไป มีหนังสือประเภทนี้กระหน่ำออกมาไม่ขาดสาย ผมก็กระหน่ำซื้อ กระหน่ำอ่านอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกัน ผมกล้าพูดได้ว่าผมมีหนังสือแนวมากว่า 80% ของที่วางวางขายนั่นเลยละครับ ไล่มาตั้งแต่นิยายสยองขวัญ "RING" , แนวฆาตกรรมแนวจิตป่วงของโอตสึ อิจิ , แนวจิตวิทยาหลอนๆ ของมิยาบิ มิยูกิ , ฆาตกรรมแนวรันทดหดหู่ แฝงปรัชญาล้ำลึก ที่มักเอาช่วยฆาตกรทุกทีของ เคโงะ ฮิงาชิโนะ หรือแนวเบาสมองอย่าง มิเกะเนโะ โฮล์มส์ แมวสามสียอดนักสืบ ของอะคากาวา จิโร ก็ล้วนแต่เป็นเล่มโปรดทั้งนั้น
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เกินคำว่าประทับใจไปแล้ว เพราะมันเป็นความผูกพันธ์ คือหนังสือชุด "คินดะอิจิ ยอดนักสืบ" ของโยโคมิเซะ เซชิ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าเป็นหนังสือแปลญี่ปุ่นที่ได้รับความสำเร็จมากชุดหนึ่ง มีแฟนตามอ่านล้นหลาม หนังสือชุดนี้จึงออกเรื่อยมาตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ จนถึงเล่มสุดท้ายก่อน สนพ.ต้นสังกัด จะปิดตัวไป (แต่ผมก็รอให้มี สนพ. อื่นแปลออกมาอีกนะคร้าบ...) ก็ปาเข้าไปกว่ายี่สิบเล่มไปแล้ว
นั่นคงเพียงพอที่จะทำให้ คินดะอิจิ เป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำ และคุ้นเคยมากที่สุดตัวหนึ่งสำหรับผม เพราะนักสืบไม่มีมาด แต่ฉลาดสุดๆ แถมไปอยู่ที่ไหนมักเกิดเหตุฆาตรกรรมตามพี่แกไปตลอดซะงั้น ทำให้ผมเป็นแฟนเหนียวแน่น แม้ว่าพออ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง เริ่มรู้สึกจับทางได้และความสนุก ตื่นเต้นก็ลดลงเรื่อยๆ แต่เมื่อมีการออกตอนใหม่ก็หยุดตัวเอง ห้ามตัวเองไม่ให้ซื้อไม่ได้อีกเหมือนกัน ตรงกันข้ามถ้าหาไม่เจอเข้าขั้นร้อนรน เหมือนจะลงแดงขนาดนั้นเลย 555...
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ได้อ่าน คินดะอิจิ ยอดนักสืบ และนวนิยายแปลจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีสิ่งหนึ่งที่ผมซึมซับเรื่อยมา และรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศของความเป็นอยู่ปุ่นทั้งที่ไม่เคยไปมาก่อน จากหนังสือทำให้ผมเห็นภาพบ้านเรือน ภาพสังคม ความเป็นอยู่ อาหารการกิน ยิ่งได้เห็นภาพจากสื่อต่างๆ เหมือนมันต่อกันติดในเวลาอันรวดเร็ว และบรรยากาศที่ผมหลงไหลอยากสัมผัสที่สุดกลายเป็นจากเรื่องคินดะอิจิ ที่ไม่น่าจะหลงเหลือในญี่ปุ่นอีกแล้ว เพราะเนื้อเรื่องที่ย้อนยุคไปช่วงหลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามหมาดๆ บ้านเรือน ความทันสมัย การแต่งเนื้อแต่งตัวจึงยังเป็นแบบโบราณอยู่
แต่ถึงยังไงในใจลึกๆ ก็อยากเห็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดอยู่ดี
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ได้อ่าน คินดะอิจิ ยอดนักสืบ และนวนิยายแปลจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีสิ่งหนึ่งที่ผมซึมซับเรื่อยมา และรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศของความเป็นอยู่ปุ่นทั้งที่ไม่เคยไปมาก่อน จากหนังสือทำให้ผมเห็นภาพบ้านเรือน ภาพสังคม ความเป็นอยู่ อาหารการกิน ยิ่งได้เห็นภาพจากสื่อต่างๆ เหมือนมันต่อกันติดในเวลาอันรวดเร็ว และบรรยากาศที่ผมหลงไหลอยากสัมผัสที่สุดกลายเป็นจากเรื่องคินดะอิจิ ที่ไม่น่าจะหลงเหลือในญี่ปุ่นอีกแล้ว เพราะเนื้อเรื่องที่ย้อนยุคไปช่วงหลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามหมาดๆ บ้านเรือน ความทันสมัย การแต่งเนื้อแต่งตัวจึงยังเป็นแบบโบราณอยู่
แต่ถึงยังไงในใจลึกๆ ก็อยากเห็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดอยู่ดี
วันดีคืนดี เพื่อนผมก็เอ่ยปากชวนไปเที่ยวญี่ปุ่น 10 วันด้วยกัน ใจนึกก็แว้บแรก ภาพญี่ปุ่นในใจผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ใจเต้นตุบๆ อยากทำให้ฝันในใจเป็นจริง แต่....ดูจากเงื่อนไขต่างๆ ทั้งเวลา ทั้งค่าใช้จ่าย เลยตัดสินใจตอนนั้นว่าเอาไว้พร้อมกว่านี้ดีกว่า
เวลาล่วงเลยไปจนแทบลืมไปแล้ว เจอเพื่อนอีกครั้ง คราวนี้กดูชวนแบบจริงจังมากขึ้น มีแผนการเดินทาง ประเมินค่าใช้จ่ายเรียบร้อย แต่เหมือนในใจมันรออยู่ พอเพือนพูดจบ หันไปมองด้วยสีหน้าจริงๆ พร้อมเสียงต่ำว่า
" ต้องไปชิราคาวาโกด้วยนะ!!! "
การเดินทางสู่ญี่ปุ่นท่ามกลางหนาวเหน็บของปี จำนวน 10 วันจึงเกิดขึ้น และทำให้ผมได้เจอกับสิ่งต่างๆที่เหมือนหรือต่างจากหนังสือที่ผมคิดไว้ แต่มันก็ทำให้มีความสุข ความเศร้า ความเหงา และความประทับใจในดินแดนที่มีความงามทางธรรมชาต วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นการเดินทางที่อยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนาน
"ขอบคุณนะคินดะอิจิ โคสุเกะ"
บรรดาเมืองต่างๆ ที่ได้ไปเยือนในทริปนี้
โอซาก้า
ศูนย์กลางแห่งคันไซ เมืองที่มีเสน่ห์ทางศิลปวัฒนธรรมซ่อนอยู่ท่ามกลางความเจริญของเมืองใหญ่
เกียวโต
เมืองหลวงเก่า ที่แทบทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยความงามทางศิลปวัฒนธรรมและเรื่องราว
ฮิโรชิมา
เมืองแห่งท้องทะเลและสายน้ำ ที่มีสิ่งน่าจดจำมากกว่าเพียง Atomic Dome
อิวาคุนิ
เมืองที่แสนสงบและเรียบง่ายกับสะพานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ชิราคาวาโก
หมู่บ้านน้อยท่ามกลางทุ่งหิมะ
เมืองน่ารักและประสบการณ์หิมะตกครั้งแรกในชีวิต
ฮาโกเน่
เมืองแห่งฟูจิและทะเลสาบ
นิกโก้
เมืองแห่งมรดกโลก และน้ำตกที่เป็นน้ำแข็ง
โตเกียว
ศูนย์กลางของทุกสิ่งในญี่ปุ่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น